ทัวร์บุโรพุทโธ บาหลี แบบไม่ง้อ(กรุ๊ป)ทัวร์

(English?) สงกรานต์ปีนี้ เราของดสาด เพราะเราจะไปเที่ยวบุโรพุทโธ กับ บาหลี ที่อินโดนีซียกัน เย้!

เอาจริงๆ เราอยากมาบาหลีนานแล้วค่ะ แต่ท่านสปอนเซอร์ไม่รู้จักเกาะบาหลี (คือจริงๆ เขาไม่รู้จักอินโดนีเซียเลยสะด้วยซ้ำ) แต่พอเพื่อนๆท่านไปบาหลีกัน ท่านก็เริ่มไตร่ตรองและอยากไปค่ะ กรรมจริงๆ เราพูดชักจูงตั้งนาน ไม่สนใจ แต่พอเพื่อนพูดไม่กี่คำ ก็ตัดสินใจได้เลย!

แต่สำหรับเราหาข้อมูลเพิ่มค่ะ จะไปแค่บาหลีอย่างเดียวไม่ได้ ไม่คุ้มกับค่าวีซ่า ค่าตั๋วเครื่องบิน!  และเท่าที่ทำการสืบค้นข้อมูลมา ทัวร์ บุโรพุทโธ-บาหลี จะเป็นทัวร์ที่เราชาวพุทธนิยมยิ่งนัก พวกเราเลยจัดทริปนี้จัดหนักด้วยการไปทัวร์บุโรพุทโธ กับ บาหลี กันแบบ 7วัน6คืน กันเลยค่ะ บอกเลยทัวร์นี้ราคาถูกกว่าทัวร์เป็นกลุ่มเป็นก้อน ไม่ต้องรอวัน ไม่ต้องรอใคร ไปแบบไฮโซ แต่จ่ายราคาย่อมเยา เราทำได้!!!
ก่อนอื่น เราก็จัดสรรแบ่งเวลากันก่อนค่ะ (ยิ่งแก่ ก็ยิ่งรู้สึกว่าเวลาเราเหลือน้อยลง 555)
11 – 13 เมษายน: ไปบุโรพุทโธ กับวัดพรามบานัน (วัดฮินดู) เมืองนี้เรียกว่า ยอร์คยาการ์ตา (Yogyakarta)
13 – 17 เมษายน: หรรษากันเต็มที่ที่บาหลี (Bali) ครั้งนี้เราเลือกที่จะพักทีหาดคูต้า (Kuta Beach)


มารู้จักประเทศอินโดนีเซียกันสักนิด ประเทศนี้มีเกาะเยอะมาก ทั้งเกาะแม่ เกาะลูก เกาะเล็ก เกาะน้อยเต็มไปหมดหมื่นกว่าเกาะ ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม จะแม้ก็แต่เกาะบาหลีเท่านั้นที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู

เวลาท้องถิ่นที่นี่ก็ทำเอาพวกเรามึนไปเลยค่ะ เพราะว่าตอนไปบุโรพุทโธนี่เวลาเขาเท่ากับเวลาที่บ้านเรา แต่พอไปบาหลี เวลาเขาจะเร็วกว่าเร็ว 1 ชั่วโมงค่ะ ถ้าไปเกาะอื่นๆก็เช็คกันก่อนเพราะว่า ช่วงเวลาในประเทศเขากว้างมาก GMT +7 ถึง GMT+9


สายการบิน:
เสียดาย ที่ตอนที่พวกเราเดินทางนี้ยังไม่มีสายการบินตรงไปยังเมืองที่บุโรพุทโธ (เมือง Yogyakarta) ดังนั้นเราเลยต้องวางแผนการบิน ตอนแรกวางแผนแบบหลายเส้นทางมาก แล้วเอามาเทียบกัน ด้วยวันและเวลาที่พวกเราสะดวก ไปๆมาๆก็มาจบตรงที่สายการบินการูด้า สายการบินของอินโดนีเซียเพราะยังไงเราก็ต้องบินระหว่างประเทศอยู่ดี มีแต่ขากลับนั่นแหล่ะที่เราต้องกลับด้วยสายการบินไทย เพราะว่าการูด้าเขามีแต่เที่ยวบินตอนเช้า ยังไงเสียก็ลองตรวจสอบดูอีกทีนะคะ ถ้าเวลาและราคาดีก็จะได้เที่ยวให้คุ้ม

บินไปบุโรพุทโธ ต้องไปสนามบิน Yogyakarta, บินไปบาหลี ต้องไปสนามบิน Denpasar ค่ะ

ประเทศอินโดนีเซียใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง


วีซ่า?
เป็นคนไทยหรือเปล่าาาาา????  เพราะถ้าเป็นคนไทย สัญชาติไทย ถือพาสปอร์ตไทย ก็ไปเที่ยวอินโดนีเซียได้ตลอดเวลา ไม่ต้องขอวีซ่า

แต่สำหรับท่านสปอนเซอร์ที่เป็นชาวอเมริกันของเรา ท่านนี้ต้องทำวีซ่าค่ะ เราก็หวังดี อยากให้เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เลยส่งคนไปทำวีซ่าให้ท่านที่สถานฑูตอินโดนีเซียในกรุงเทพฯ (ฝากใครไปทำแทนก็ได้ค่ะ) แต่พอจะจ่ายค่าธรรมเนียมนี่สิ เขาเรียกเป็นเงินดอลล่าร์ เราต้องเดินไปแลกเงินฝั่งตรงข้ามสถานฑูตฯให้เขา (ทำไม เขาไม่รับเงินบาทเงินไทยของเราเนี่ย?)  ในขณะที่เพื่อนๆอเมริกันคนอื่นๆ ไปทำวีซ่า on arrival เขาบอกว่าแค่ 25-30ดอลล่าร์เอง จ๊าก ถูกกว่า ไวกว่า ง่ายกว่า ได้ไงเนี่ย??? จริงๆ Visa on Arrival มันต้องแพงกว่าสิ แต่นี่เราจ่ายแพงกว่า  แถมเวลาไปถึงสนามบินฯ เจ้าหน้าที่ที่สนามบินก็ยังไล่พวกเราไปต่อแถวทำวีซ่า ขนาดเอาวีซ่าให้ดู ก็ยังไล่ให้ไปต่อแถว พอไปต่อแถว เขาบอกว่ามาต่อทำไม??? งงจริงๆ…


เงินอินโดนีเซีย!!!
ตกใจกันสุดขีด จะถูกจะแพง อะไรๆ ก็เริ่มที่หลักหมื่นทั้งนั้น ที่แท้ก็ค่าเงินเขามันช่างผกผันนี่เองถึงได้มีหลายหลักแต่มูลค่าไม่เท่าไร อย่างกาแฟสตาร์บัคนี่แก้วละ ห้าหมื่นสองพันรูปี มันก็ร้อยกว่าบาทเหมือนบ้านเราอ่ะเน๊อะ แต่กดเครื่องคิดเลขกันมันเลยค่ะ  โดยเที่ยวที่นี่ เฉลี่ย ใช้จ่ายวันละล้านรูปี รู้สึกเหมือนรวยมาก 😉

ราคาสินค้าและบริการที่นี่ ถ้าไม่คิดเห็นเงินดอลลาร์ เขาก็คิดเป็นรูปีค่ะ เงินไทยบางร้านก็รับ แต่อย่างทัวร์ที่เราซื้อเขาก็อยากได้เงินดอลล่าร์มากกว่าค่ะ (ไม่รับโอนเงินทางธนาคารหรือบัตรเครดิตด้วย)

โรงแรมที่พักสำหรับทริปสองเกาะนี้…

เริ่มที่โรงแรมสำหรับสองคืนแรกที่เมืองยอร์คยาการ์ตา (บุโรพุทโธ) ตอนแรกพวกเราจะเลือกพักโรงแรมที่ติดกับบุโรพุทโธเลย แต่โรงแรมเต็ม ก็เลยมาเลือกตามกระแสรีวิว ปรากฎว่าโรงแรม Phoenix ได้รับคำนิยมชมชอบไม่แพ้โรงแรมอื่นๆ แถมพอเข้าไปดูแพคเกจโรงแรมก็ดูเหมือนจะคุ้มค่า ด้วยราคาห้องสวีทเพียงคืนล่ะสี่พันกว่าบาทค่ะ (ไม่รวมอาหารเช้า)

ความสวยงาม ความสะอาดโรงแรมนี้อยู่ในระดับดีมากๆ ค่ะ ยิ่งทำเลที่ตั้ง เรียกว่าไม่ไกลจากสนามบิน (นั่งรถประมาณ 25นาที) แถมยังเดินเล่นๆ มันๆ ไปตลาดกลางคืนได้ด้วย แต่โรงแรมนี้ห่างจากบุโรพุทโธประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ก็ไม่ไกลจากวัดพรามบานัน เรียกว่าถ้าไปแล้วไม่ต้องการดื่มด่ำกับบุโรพุทโธทั้งกลางวันกลางคืน โรงแรมนี้ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่ดีค่ะ

ในระยะใกล้ๆ กัน ก็ยังมีโรงแรม The 101, โรงแรม Harper Hotel Aston (โรงแรมนี้แหล่ะเราไปทานดินเนอร์ที่ร้าน Roaster & Bear)

แต่ถ้าเรากลับไปเมืองนี้อีก แล้วราคาห้องพักไม่เปลี่ยนแปลงมาก พวกเราก็ยังจะพักที่โรงแรม Phoenix อีกค่ะ 😉


สำหรับสี่คืนสุดท้ายที่บาหลี พวกเราเลือกพักที่ Sheraton Kuta Hotel บนหาดคูต้าค่ะ
เวลาบอกว่าพักที่เชอราตันที่บาหลี นี่ต้องบอกด้วยนะคะว่าที่ไหน เพราะเขามีหลากหลายทำเลค่ะ อย่างพวกเราครั้งนี้ที่หาดคูต้า หาดที่นี่เป็นเหมือนหาดเศรษฐกิจของบาหลี เพราะมีร้านอาหารทุกประเภท เรียกว่าเป็นหาดที่คึกคักที่สุดในบาหลี (เราว่ามันเหมาะกับทริปครั้งแรกสำหรับคนที่ไม่เคยมาบาหลีนะ)

ส่วนโรงแรมเชอราตัน คูต้า เขาก็ติดกับห้างฯ บีชวอร์ค (Beach Walk) เลยค่ะ ขนาดห้องพักเราเลือกแบบ Ocean View แต่มองออกไปนี่มัน Shopping Mall View ชัดๆ!!! คือต้องแหงนหน้าไปสุดคอเพื่อที่จะเห็นชายหาดรำไร…

พอพวกเรามาถึงโรงแรมก็ค่ำๆ แล้ว แต่ก็ยังมีน้องๆ นางรำในชุดนางรำท้องถิ่นมายืนรำรอรับพวกเรา ความปลอดภัยเขาก็เข้มข้น เราต้องเดินเข้าประตู security ทุกครั้ง สนนราคาที่นี่แบบรวมอาหารเช้า ตกคืนละ 6000กว่าบาท แหมมันช่างแตกต่างกับโรงแรมตอนไปบุโรพุทโธยิ่งนัก…

อะไรก็ไม่อะไร ทำไมต้องใช้ประตูกระจกกั้นระหว่างห้องน้ำกับห้องอาบน้ำด้วย สไลด์ไปสไลด์มา บางทีงง นึกว่าสไลด์ไปแล้วเดินชนสะงั้น เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ (ทำไมเซ่อแบบนี้) อีกอย่างพวกเราอยู่ชั้น 3 ค่ะ งงมากเลย ล้อบบี้เขาอยู่ชั้น 4 เราต้องขึ้นลิฟท์ไปชั้น4ก่อนแล้วค่อยลงบันไดเลื่อนมาชั้น1 ทำไมลิฟท์มันไม่จอดชั้น3อ่ะ อยู่ไปจนถึงวันจะกลับ ถึงได้รู้ว่า ชั้นสามอ่ะ มันเดินทะลุไปชั้น1ได้ด้วยบันไดแค่สามสี่ขั้น นี่พวกเราฉลาดหรือว่าโรงแรมเขาวางแปลนไม่ดีค่ะ???

แต่เราขอบอกเลยว่า ไม่เหมาะกับผู้สูงวัย เพราะทางไปทานข้าวเช้า บันไดสูงมาก เรึยกว่ากินข้าวเสร็จ ขึ้นบันได ก็ย่อยหมดพอดีค่ะ!

ส่วนข้อดีที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ พอพวกเราไปดำน้ำ แล้วเอาชุดดำน้ำไปตากหลังห้อง พนักงานเขามาทำความสะอาดแล้วเขาเห็น เขาก็เอาราวตากผ้ามาให้แล้วก็ตากชุดดำน้ำให้เรียบร้อยเลยค่ะ ส่วนเรื่องร้านอาหารบริเวณใกล้ๆ นี่ไม่ต้องพูดถึงก็อย่างที่บอกค่ะว่าอยู่ใกล้ห้างฯ ร้านอาหารในห้างฯเยอะแยะ แถมใกล้ๆ ก็เป็นฮาร์ดร็อค หรือจะนั่งแท็กซี่ไปอีกนิดก็เป็นร้านบับบากัมพ์  (คืองานนี้ เจ้ามือเขากินแต่อาหารฝรั่ง ก็ต้องตามใจเขาค่ะ)

โรงแรมใกล้ๆ กับโรงแรมเชอราตัน คูต้า ที่เราแอบๆ มองแล้วน่าสนใจก็ได้ แก่  Mercure, Rama Resort หรือแม้แต่ HardRock ก็น่าลอง ถ้าจะไปอยู่กับแถวๆนี้


บริษัททัวร์:

เวลาเราจะเดินทาง เรามักจะกูเกิ้ลหาบริษัทฯทัวร์ท้องถิ่น อ่านรีวิว อ่านๆเข้าฯลฯ ครั้งนี้ได้มาสองสามเจ้า แต่ก็เกรงใจเพราะว่าคุยกับเขาเยอะมาก และนานมาก สุดท้ายเลือกมาได้สองเจ้านี้ ตามสถานที่…

สำหรับบุโรพุทโธนี่ เรียกว่าโชคดี คุ้มค่า คุ้มราคา แถมปลอดภัยด้วยเพราะคนที่รับทำทัวร์นี้เขามีอาชีพประจำเป็นคุณครูค่ะ (Mr.Wiedy) แถมเขาเตรียมมัคคุเทศน์ท้องถิ่นฝีมือฉกาจให้เราทั้งสองวัด ภาษาอังกฤษเขาก็ดีมากๆ แม้ว่ารถจะเก่าไปนิด(แต่ไม่สกปรกก็โอเค) เรียกว่าเจ้านี้เราบอกต่อได้เลยว่าถ้ามาบุโรพุทโธติดต่อให้เขาเตรียมทัวร์ให้เราได้  ราคาก็ไม่แพงค่ะ โดยเริ่มตั้งแต่รับเข้าที่สนามบิน รวมทัวร์สองวัด รวมไกด์ ก็แค่คนละ4พันกว่าบาท (ค่าทัวร์ถูกกว่าค่าโรงแรมอีก) มันใช่เลยนะคะ!


แต่สำหรับบาหลี (I Made Wijaya) คุยกันผ่านไลน์ค่ะ เจ้าตัวเขาบอกว่า เขาไม่ถนัดตอบอีเมล์ ก็ไลน์กันไป ไลน์กันมา หาข้อมูลที่เที่ยวที่บาหลี ตอนแรกก็แอบสับสนเพราะเขาจะแนะนำให้เราไปพักที่ไกลๆจากเมือง แต่ได้บรรยากาศเต็มที่ แต่สุดท้ายเราตัดสินใจลิสต์รายการที่เราต้องไปให้เขา และนึกว่าเขาจะเตรียมไกด์ท้องถิ่นให้ ปรากฎว่าเขาบอกว่าเขาเป็นแค่รถรับจ้างค่ะ อ่าาาา แอบผิดหวัง แต่ก็สงสารเพราะว่าเขากระตือรือร้นตอบไลน์ สุดท้ายก็เลือกเขามาขับรถให้ช่วงที่อยู่บาหลี สรุปเขาก็มาขับรถให้ แต่เอาเข้าจริงๆ เรารู้สึกว่าเขาไม่ค่อยมีใจในการขับรถ อย่างเช่น พวกเราบอกว่า ถ้าเจอร้านกาแฟหรือที่เราแว่ะเข้าห้องน้ำให้จอดให้ด้วย เขาก็ไม่จอด…หรือถ้าเราบอกว่าพรุ่งนี้แว่ะร้านนี้ให้หน่อยได้ไหมถ้าผ่าน พอผ่านจริงๆ เขาก็ไม่แว่ะให้ หรือแม้แต่ตอนเช้าเขาจะส่งไลน์มาให้เราทุกวันว่า อย่าลืมนะว่าโรงแรมไม่ให้เขาจอดรถรอ คือส่งมาวันแรกวันเดียวก็พอไหมค่ะ?  ข้อดีของเขาก็คือ ตรงต่อเวลา และไม่สูบบุหรี่ค่ะ ถ้าไม่คิดอะไรมาก เขาก็เป็นคนหนึ่งที่ไว้ใจได้ค่ะ

หากสนใจรายละเอียดเพิ่มเติมก็ติดต่อถามพวกเราได้นะคะ

อ้อ พอพูดถึงเรื่องสูบบุหรี่ ไม่เอ่ยไม่ได้ ว่าคนที่อินโดนีเซียเขาสูบบุหรี่กันเยอะมาก เรียกว่าเดินไปตลาดหรือที่ชุมชนๆ นี่เขานั่งสูบกันทุกคน นั่งสูบกันทุกที่ทุกจุด สูบพ่นใส่ จนหายใจไม่ออก พวกเราต้องกระโดดเข้าร้านที่เปิดแอร์ฯ เพื่อหลบหายใจสักพัก

ขนาดที่หาดคูต้า เรายังเห็นสาวเชียร์บุหรี่เดินกันรอบหาด แปลกจริงๆ บ้านเรามีแต่สาวเชียร์เบียร์ ก็คิดดูเถอะค่ะว่า บุหรี่จะเป็นสินค้าขายดีขนาดไหน…

ที่สำคัญหลังจากทริปนี้แล้ว พวกเรากลับมาป่วยและไอกันเป็นอาทิตย์ค่ะ น่าจะมาจากการสูดดมควันบุหรี่ที่อินโดนีเซีย!!!


ภาษาอินโดนีเซีย:

ชาวพื้นเมืองบอกเราว่า ภาษาอินโดนีเซียนั้นแตกต่างกันไปเป็นภาษาท้องถิ่นนอกจากจะตามหมู่เกาะแล้ว ยังมีเรื่องของวรรณะ อายุ ฐานะ ฯลฯ เข้ามาอีกด้วย คิดๆ ดูก็คงคล้ายกับเราที่มีภาษาภาคกลาง ภาคอิสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ หรือคำราชาศัพท์อะไรประมาณนั้นค่ะ 

24 แจม?  จะมาแปลกใจก็ตรงเห็นคำนี้เยอะมาก ทุกที่เลย ตอนแรกเดาๆเล่นๆ กัน จนถามไกด์ก็ได้ความว่า คำว่า แจม ที่นี่เขาแปลว่า ชั่วโมง หรือ นาฬิกา ค่ะ ร้านค้าส่วนใหญ่จะติดป้าย เปิดตลอด 24 ชั่วโมงกัน เท่ห์ดีเหมือนกันนะ 24 Jam….
 
ส่วนคำที่ฮิตติดปากเราที่่นั่น น่าจะเป็นคำว่า “ขอบคุณ” คือ Terimah Kasih (อ่านว่า เทอริมา กาสี) ชาวอินโดนีเซียเป็นคนอ่อนหวาน ชอบพูดคำว่า ขอบคุณ ก็เลยฟังติดหูมากกว่าคำว่า สวัสดี…


ช้อปปิ้งที่อินโดนีเซีย?
มาเที่ยวอินโดนีเซีย สิ่งที่ได้ติดไม้ติดมือต้องเป็นสินค้าพื้นบ้าน ราคาย่อมเยาว์ มีความเป็นเอกลักษณ์และแสดงถึงศิลปะเฉพาะตัวของชาวอินโดนีเซีย…

อย่างที่เมืองยอร์คยาการ์ตา ที่เราไปเที่ยวบุโรพุทโธ คืออยากเอากระเป๋าเปล่าเผื่อไปอีกใบ! เพราะของที่นี่ถูกมากกกกกกกก และยิ่งถ้าเทียบกับที่บาหลี ที่นี่ถูกกว่าเกินครึ่ง! ยิ่งบางอย่างเช่น เสื้อผ้า เครื่องเงิน หรืองานไม้แกะสลัก หน้ากากไม้พระเจ้านี่ไม่ซื้อไม่ได้เลย ถูกกว่าบาหลีเยอะมาก

ส่วนที่บาหลี ก็มีงานแกะสลักแปลกๆ (โดยเฉพาะเกี่ยวกับลิง!) เสื้อผ้าก็มีแต่คล้ายผ้าบาติกของชาวภาคใต้เราค่ะ คือออกแนวชายทะเลๆ พวกเราช้อปกันหนักมาก สรุป คือเราต้องซื้อกระเป๋าอีกใบ 🙂 


รถแท็กซี่ที่อินโดนีเซีย

เพราะเรามีรถรับส่งตลอดทริปทั้งสองที่ ก็อุ่นใจค่ะไม่ต้องไปเสี่ยงโชคชะตากับแท็กซี่ เพราะที่ไหนๆ ก็มีแท็กซี่ประเภทโกงมิเตอร์แถมยังจะหลอกล่อพาพวกเราไปซื้อของอีก แต่มันก็มีบ้าง ที่บางทีระยะทางสั้นๆ เราต้องเรียกใช้รถแท็กซี่บ้าง
อย่างที่บุโรพุทโธนี่ เขายังเป็นเมืองแบบต่างจังหวัดๆ จะมีรถปั่น ที่พวกเรานั่งอยู่ข้างหน้า (เสียวดี) เขาเรียกว่า “Becak” ถ้าจะให้ดี ต้องขึ้นวินแถวๆ หน้าโรงแรม เขาจะเรียกราคาไม่แพงมาก แถมอุ่นใจดี ยังไงก็พากลับมาโรงแรมถูก อย่างพวกเราขึ้นไปกลับจากโรงแรมไปตลาดนัดกลางคืน ไปกลับ ก็ 60,000 รูปีค่ะ เคยไปขึ้นแค่ขากลับขาเดียวที่ตลาดมาที่โรงแรมฯ เขาเรียก 50,000 รูปี (แพงกว่ากันเกือบเท่าตัว!)

ส่วนที่บาหลี หากไปไหนระยะใกล้ๆ เรียกว่า แท็กซี่ก็มีบทบาทเยอะมาก แท็กซี่วิ่งกันให้ขวักไขว่ บางคันเห็นนักท่องเที่ยวก็จะชะลอบีบแตรเรียก (ออกแนวกวนใจเวลาข้ามถนน เพราะข้ามไม่ได้สักที เขาชะลอนึกว่าเราจะเรียกรถ) รถแท็กซี่ที่นี่ ถ้าเป็นคันสีฟ้าอ่อนแล้วมีรูปนกเขาเรียกว่า Blue Bird Taxi จะติดมิเตอร์ โดยมิเตอร์จะเริ่มที่ 7000 รูปี (21บาทโดยประมาณ) แต่จะมีรถแท็กซี่สีฟ้าเข้มๆ แถมสัญลักษณ์รูปนกก็เหมือนๆกัน (คือต้องสังเกตุให้ดี โทษทีไม่มีรูปเปรียบเทียบให้ดู) พวกนี้จะไม่มีมิเตอร์ หรือบอกว่ามิเตอร์เสีย และจะเรียกค่าโดยสารแพงมาก แต่ถ้าทำท่าว่าเราจะลง เขาจะลดราคาฮวบฮาบ! 


และนี่คือทริปพวกเราครั้งแรก แบบ 7วัน 6 คืน ที่บุโรพุทโธ – บาหลี ค่ะ:

วันที่ 1: เดินทางจากกรุงเทพฯ ไป เมืองจาการ์ตา แล้วจึงเดินทางต่อไปเมือง ยอร์คยาการ์ตา โดยมีรถมารับที่สนามบินไปเช็คอินที่โรงแรม Phoenix Hotel
วันที่ 2: ตื่นตีสาม เพราะรถจะมารับตอนตีสามครึ่ง เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่บุโรพุทโธ (ใช้เวลาขับรถ 1ชั่วโมง) นั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นและทัวร์รอบบุโรพุทโธ ก่อนที่จะกลับมาพักผ่อนที่โรงแรมก่อน ตอนบ่ายไปวัดพรามบานันต่อ (วัดฮินดู) กลับมาโรงแรมแล้วเย็นๆ ก็ไปตลาดกลางคืนกันอีก!
วันที่ 3: วันนี้เป็นวันที่เราจะเดินทางไปบาหลีกันตอนบ่ายๆ ช่วงเช้าก็ว่างเลยกลับไปช้อปปิ้งกันต่อที่ตลาดนัด (ตอนเช้ามีหลายเปิดหลายเจ้าเหมือนกัน) ถึงบาหลีประมาณทุ่มนึง รถเช่ามารอรับเหมือนกันพาเราไปเช็คอินที่โรงแรม เชอราตัน คูต้า 
วันที่ 4: วันนี้ ออกไปเที่ยวแถวๆ อูบูด แว่ะวัดช้าง และวัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์  “Elephant Temple and The Holy Water Spring Temple” ก่อนที่จะกลับมาเตรียมตัวไปทานข้าวกับเพื่อนที่นัดไว้ที่ Hard Rock Café
วันที่ 5: วันนี้ที่รอคอยค่ะ ช่วงเช้า ดำน้ำ ที่ นิสาดัว(สนุกมาก) ช่วงบ่ายว่าง พักผ่อนเดินเล่นตามร้านค้ารอบๆ โรงแรมเชอราตัน คูต้า
วันที่ 6: วันนี้ตอนเช้า ไปสวนวิษณุ หรือเขาเรียกว่า GWK culture park จากนั้นไปวัดทานาล็อต วันนี้ตั้งอยู่ในทะเลถ้าโชคดีน้ำลง ก็สามารถเดินไปถ่ายรูปได้ (ห้ามพลาด!)
วันที่ 7: วันนี้เป็นวันเดินทางกลับตอนบ่ายๆ ตอนเช้าก็เลยมีเวลาไปเรียนเล่นกระดานโต้คลื่นที่หาดคูต้า เรียกว่าได้เรียน แต่เรียนไม่จบนะคะ! 

พอถึงเวลากลับบ้านก็จะรู้สึกว่า ยังเที่ยวไม่ทั่วบาหลีเลย แต่รู้เลยว่าในภายภาคหน้าจะต้องกลับมาอีกแน่ๆ ที่นี่ยังมีที่เที่ยวอีกหลากหลายที่พวกเรายังอยากไปในเกาะบาหลีแห่งนี้ โดยเฉพาะวัดใหญ่ๆ ที่เราไม่ได้ไปในทริปนี้ (เพราะเขาปิดวัดทำพิธีกรรมทางศาสนา) แล้วยังจะมีที่เที่ยวที่ดำน้ำอีกมากมาย…จากใจเราว่า ถูก และ ดี แล้วจะไม่ให้เที่ยวบาหลีได้ยังไง! 


สรุปค่าใช้จ่ายเบื้องต้น สำหรับทริปนี้ (ต่อคน) :


*excluded Bali Temples: about 200,000RP/USD16/THB500, shoppling/eating about 100USD/3000THB/day

หมายเหตุ:

1USD: 32 Thai Bath : 12,800RP
เดินทางเมื่อวันที่ 11 – 17 เมษายน 2558

สำหรับรายละเอียดของการเดินทางแต่ละวัน ถ้ามีเวลาจะกลับมาเขียนอีกนะคะ!

 

About Jam

I'm Jam, the blogger, and illustrator of this website. I live in Bangkok, Thailand and Louisiana, USA when I'm not travelling.

2 thoughts on “ทัวร์บุโรพุทโธ บาหลี แบบไม่ง้อ(กรุ๊ป)ทัวร์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *