ไปทีลอซู เที่ยวได้ตั้งแต่แม่สอดถึงอุ้มผาง!

อยากไปมานานแล้วค่ะ น้ำตกทีลอซูได้ยินมาว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยมากแห่ง 1 ในประเทศไทย ติดเสียว่าการเดินทางนั้นยากลำบาก อันนี้ได้ยินมานะคะก็เลยไม่ได้ไปสักที ประกอบกับ เรามีที่ท่องเที่ยวที่อื่นที่อยากไปหลายที่ สรุปก็เลยไม่ได้มาเที่ยวน้ำตกทีลอซูสักที
(English Version?)
แม้แต่ครั้งนี้ที่เลือกมาทีลอซู เพราะว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่อื่นนั้นเต็มหมดแล้ว ด้วยวันและเวลาที่ลงตัวกว่าเรา จึงได้ตัดสินใจมาเที่ยวทีลอซู ทริปนี้เป็นการเดินทางจากกรุงเทพไปสู่อำเภอแม่สอดจังหวัดตาก ด้วยสายการบินนกแอร์ (ตอนนี้มีสายการบินกานต์แอร์ที่เปิดให้บริการด้วยค่ะ) เฉพาะค่าเครื่องบินไปกลับก็คนละ 6000 กว่าบาทแล้ว


จากกรุงเทพฯไปแม่สอดใช้เวลาบินประมาณ 1ชั่วโมงเท่านั้น ไฟล์ทของพวกเราถึงแม่สอดประมาณ 5 โมงครึ่ง เราจึงต้องค้างคืนที่แม่สอดเพื่อความปลอดภัยค่ะ เพราะที่จะไปอุ้มผาง หรือที่น้ำตกทีลอซูนั้นมันคดเคี้ยวและอาจจะเป็นอันตรายได้ถ้าเดินทางในตอนกลางคืน โรงแรมที่เราเลือกพักในแม่สอดคือโรงแรมระเบียงไม้ที่นี่เค้ามีรถรับส่งระหว่างโรงแรมกับสนามบินแม่สอด ให้บริการฟรีด้วยค่ะ

ห้องพักแบบสตูดิโออย่างแพงสุดคือคืนละ 1500 บาทรวมอาหารเช้าห้องพักแบบนี้จะได้ห้องนั่งเล่นห้องนอนข้างครัวและห้องน้ำเป็นสัดส่วนโดยรวมแล้วคุ้มมากเสียอย่างเดียวที่ห้องนอน ไม่มีทีวีในห้องนอน!!! เค้ามีทีวีแต่ในห้องนั่งเล่นให้เราค่ะเวลาเดินทางแบบนี้ชอบเปิดทีวีก่อนนอนเป็นเพื่อนเลยนอนลำบากนิดนึงส่วนแอร์ก็เป่าลงตรงหน้าพอดี แต่พนักงานที่นี่เค้าดูแลและใส่ใจพวกเราดีนะคะอาจจะเป็นเพราะว่ามีจำนวนผู้พักไม่มากส่วนอาหารเช้าตอนเช้าก็พอดีพากินไม่ได้เลิศหรู ก็สม ราคาเค้าค่ะ

ตอนมาถึงโรงแรม พวกเราก็จะจัดแจงออกไปหาอะไรทานข้างนอกจริงๆแล้วเรามีในใจว่าอยากลองร้านตุ๋ยเข้าซอยเพราะเป็นต้นตำรับเข้าซอยของแม่สอด แต่จากโรงแรมเดินเข้าไปในเมืองใช้เวลาพอสมควรประกอบกับไม่มีอะไรเลยระหว่างทางจะมีเพียงแต่ชุมชนบ้านวัดและร้านค้า แม่ค้าบางจ้าวปากเราว่ามีตลาดโตรุ่งพวกเราเดินไปถึงแล้วกลับไม่ค่อยมีอะไรเลยค่ะขาเดินกลับผ่านร้านตุ๋ยโดยบังเอิญก็เลยแวะกินข้าวซอยกันอร่อยสไตล์อาหารอิสลามนะคะแต่เราชอบแบบสไตล์ที่เชียงรายมากกว่า

มาถึงตอนเย็นแล้วที่ที่เราอยากไปมากที่สุดคือสะพานข้ามสะพานมิตรภาพไทยพม่าเพราะเห็นเค้าว่ามีตลาด วันนี้เราไปไม่ได้แต่เราขอให้คนขับรถแวะที่นั่นตอนขากลับ ปรากฏว่าไม่มีอะไรเลยค่ะเค้าไม่ให้ข้ามไปฝั่งพม่าส่วนอาหารและสินค้าที่ขายก็ไม่มีอะไรน่าสนใจมากนักเป็นอาหารแห้งเสื้อผ้าและงานแกะสลักบางบางประเทศแต่ราคาไม่ถูกเลยพวกเราเลยไม่ได้ซื้ออะไรเลยค่ะ

ข้ามต่อไปเอ่ยถึงการเดินทางจากแม่สอดไปอุ้มผางโดยทริปที่เราซื้อกับภูดอยฯ นั้นด่วนรวมรถรับส่งจากแม่สอดไปอุ้มผาง
ตอนเช้าของวันที่ 2 รถตู้ด้วยวีไอพีมารับมารับพวกเราตรงเวลา 8 โมงเช้าละเริ่มพาเราเดินทางจากแม่สอดไปอุ้มผางด้วยความที่เราได้ยินกิตติศัพท์ว่าต้องเดินทางและผ่าน โค้ง ถึง 1219 โค้งนั้นทำให้เราต้องทานยาแก้เมารถค่ะ ซัดไปเต็มเต็ม 1 เม็ดเลยคราวนี้ไม่เมารถเลยค่ะแต่เมายาแทนไหมว่ารถจะจอดพักที่ไหนเราเดินงัวเงีย โงหัวไม่ขึ้นเมายาจริงๆน่าจะกินแค่ครึ่งเม็ด


ไม่น่าเชื่อมาตื่นอีกทีถึงภูดอยฯ ที่พักของเราในอุ้มผางเราขอห้องแบบวีไอพีไว้ค่ะเพราะว่าพวกเราอายุมากแล้ว และเพื่อเป็นการรักษาสังขารของพวกเราเรายอมจ่ายมากกว่าค่ะ แต่ห้องที่ได้มารู้สึกว่าเหมือนโฮมสเตย์ไม่ต่างจากบ้านพักตากอากาศที่บ้านนอกของเรา แต่ก็ดีกว่าเราไปกางเต้นนอนเหมือนเด็กนักเรียนเพิ่งจบใหม่ใหม่แบบนั้นทำไม่ได้ค่ะมันเลยวัย ของพวกเราไปแล้ว

มาถึงที่นี่ยังไม่ทันบ่ายสามโมงดี พูดอยเลยพาพวกเราทัวร์รอบรอบอุ้มผางค่ะเกิดพาไปชมวัดที่มีโบสถ์สร้างด้วยไม้สักและเป็น ศิลปะแบบพม่า วัดที่นี่เป็นวัดเล็กๆเงียบเงียบสงบดีค่ะ

จากนั้น มัคคุเทศก์ท้องถิ่นและคนขับรถพาเราไปเที่ยวถ้ำตะโค๊ะบิเป็นถ้ำที่ปลายเปิดคือไม่ได้เป็นถ้ำตันค่ะแต่ว่าเดินเท่าไหร่ก็เดินไม่ถึงทางออกอีกฝั่งพระเค้าบอกว่าไกลมากมาก อีกอย่างพวกเรามีไฟฉายมาแค่คนละ 1 อันและไม่มีไฟสำรองมาพวกเราจริงๆเดินเข้ามาลึกเหมือนกัน ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยอย่างสวยงามและมีค้างคาวอาศัยอยู่จำนวนมากมีค้างคาวก็มีขี้ค้างคาวมีขี้ค้างคาวก็เหม็นขี้ค้างคาวมากมากเช่นกันบาง. แค่จะหายใจไม่ออกแต่มันก็สนุกดีนะคะได้เดินเที่ยวถ้ำ

จากนั้นเค้าบอกว่าจะพาไปให้อาหารปลาพลวงที่วังปราการค่ะตอนแรกเรานึกถึงปลาพลวงที่น้ำตกพริ้วจังหวัดจันทบุรีเพราะว่าอลังการปาพวงมากๆแต่จริงๆแล้วที่นี่เป็นแค่ลำธารเล็กๆ ส่วนอาหารปลาพวกเราจะต้องแวะซื้อข้างถนนซึ่งคนขับรถและมัคคุเทศก์ท้องถิ่นจะแวะซื้อให้พวกเราค่ะ

กลับมาที่พักของเราปกติไม่ชอบถ่ายข้างที่นอนเพราะว่าสามารถจะ Google หาภาพเอาเองได้แต่ค่ะทริปนี้ถ่ายไว้ปรากฏว่ารูปที่เก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์แล้วมันเจ๋งเปิดไม่ได้ เลยไม่มีรูปโชว์ห้องที่พักอีกแล้วค่ะ

แต่พูดอยจะมีห้องพักหลากหลายรูปแบบมากันเป็นกลุ่มมากันเป็นครอบครัวก็เหมาะกับที่นี่นะคะ ส่วนอาหารของพวกเราสี่คน. หลักๆแล้วเค้าจะมีข้าวเปล่าผัดอย่างหนึ่งทอดอย่างหนึ่งต้อมอย่างนึงละผลไม้อย่างหนึ่งถ้าจำไม่ผิดนะคะ หากต้องการเพิ่มเดินออกไปนิดนึงจากพูดอยก็จะมีเซเว่นน่ะบางทีก็จะมีตลาดด้วยค่ะแต่ก็เป็นตลาดเล็กๆนะคะ อย่างหนุ่มหนุ่มของเราเค้าจะซื้อเบียร์มาฝากให้ที่นี่แช่และขอให้เสิร์ฟกับอาหารค่ำค่ะ ส่วนสาวสาวก็สามารถซื้อผลไม้จากข้างนอกมาฝากให้แม่บ้านปอกให้เราได้ด้วยค่ะ อย่างAZiชอบกินส้มโอมากไปเจอส้มโอลูกละ 20 บาทซื้อมา 3 ลูกกินตลอดทริปก็ไม่หมดค่ะ

พนักงานที่นี่เต็มใจให้บริการและทางภูดอยฯจะจัดคนดูแลกรุ๊ปพวกเรา 1 คนโดยเฉพาะ ซึ่งน้องเขาก็ดูแลให้พวกเราเป็นอย่างดีค่ะ
ในตอนเช้าถ้าตื่นไหวตีห้าเค้าพาไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ดอยห่วมดค่ะที่นั่นก็เป็นดอยเล็กๆเหนือเป็นภูเขาเล็กๆไม่สูงมากแต่ชานสมัยก่อนเขาว่าหนาวมากควรจะเดินพร้อมกับเอาผ้าโพกหัวหรือไม่ก็เอาเสื้อกันหนาวคุมหัวทำให้เรียกดอยนี้ว่าด๋อยกว่าหมดคือหัวหายไปหมด แล้วเรียกเพี้ยนไปเพี้ยนมาจนกลายเป็นดอยหัวมดในปัจจุบันค่ะ อันนี้น้องมัคคุเทศก์ท้องถิ่นก็บอกมาอีกทีนะคะเดี๋ยวจะหาว่าเราแต่งขึ้นมาเอง


โดยรวมรวมแล้วก็สวยงามในแบบฉบับของคนท้องถิ่นค่ะแต่เราเป็นเด็กบ้านนอกแบบนี้เราเห็นมาเยอะแล้วสำหรับเพื่อนฝรั่งก็ชอบ แต่ด้วยความที่เราเดินทางเยอะมากทำให้เหนื่อยและตื่นไม่ค่อยไหวค่ะ
ในอุ้มผางยังมีชุมชนและร้านขายของที่ระลึกไม่ว่าจะเป็นโปสการ์ดล่ะเสื้อยืดของขวัญของฝากมีจำนวนไม่มากแต่ก็มีพอควร ร้านที่เป็นร้านที่รู้จักกันดีก็ได้แก่ร้านครูซันที่นี่จะมีโปสการ์ด เก๋เก๋และเสื้อยืดลาย ขายด้วยค่ะ

มาที่นี่ก็เพราะจะไปเที่ยวทีลอซู อ่านต่อทริปเต็มวันล่องแพและเล่นน้ำตกทีลอซูของพวกเรากันนะคะ
หรือรายละเอียดแบบรวมๆ ของทริป 4วัน 3คืน แม่สาย-ทีลอซู (ฉบับย่อๆ)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *