สวนสนุก Universal Studios Singapore

ถ้าไปสิงค์โปร์ คงหนีไม่พ้นที่จะต้องแว่ะไปสวนสนุก ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ สิงคโปร์ (Universal Studios Singapore หรือUSS) สวนสนุกแห่งนี้เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อปีพ.ศ.2553 ในพื้นที่ประมาณ 123ไร่ บนเกาะเซนโตซา (Sentosa) ซึ่งเป็นสวนสนุก Universal Studios แห่งที่สองของเอเซีย (แห่งแรกอยู่ที่ญี่ปุ่น) ตามบันทึกจำนวนนักท่องเที่ยวใน 9เดือนแรกที่เปิดให้บริการ มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่า 2 ล้านคน!!!

ก่อนเดินทางพวกเราเตรียมตัวกันอย่างดี สวมเสื้อผ้ากันแบบสบายๆ มีหมวกและแว่นกันแดดแน่นอน แต่ถ้าหากจะเตรียมชุดกันฝนไปกันเปียกได้ก็ดี เพราะเครื่องเล่นบางอย่างอาจจะทำให้เปียก(นิดหน่อย) แต่ก็ไม่ควรแบกสัมภาระมากๆ เพราะเครื่องเล่นบางอย่าง ไม่อนุญาติให้ถือกระเป๋าเข้าไป ถึงแม้เขาจะมีล็อกเกอร์เตรียมไว้เก็บของ แต่ทำตัวเบาๆ สบายๆ ดีกว่าค่ะ จะไปหาซื้อชุดกันฝนได้ที่สวนสนุกฯก็ได้ (สนนราคาตัวละ 2SGD หรือประมาณ 50 บาท) แต่จริงๆ อยากจะ แนะนำว่าเอาเสื้อยืดเตรียมไปเปลี่ยนเลยดีกว่าสำหรับคนที่อยากเปียกมากๆ

พวกเราเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน ไปสถานี HabourFront ที่ตั้งของสถานีเป็นห้างฯ Vivo City แล้วเดินขึ้นไปที่ชั้น L3 (North Court) เป็นเค้าน์เตอร์ขายตั๋วทุกอย่างบนเกาะเซนโตซาค่ะ แต่สำหรับ Universal Studio สามารถซื้อตั๋วออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ได้ที่ http://www.rwsentosa.com/Attractions/UniversalStudiosSingapore ซึ่งบางครั้งเขามีโปรโมชั่นด้วยค่ะ

แต่สำหรับพวกเราครั้งนี้ไม่มีทางเลือก เนื่องจากตอนเช้าฝนตก ทำให้ตัดสินใจซื้อผ่านออนไลน์ไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าฝนจะหยุดตกหรือเปล่า แต่โชคดีที่ตอนประมาณบ่ายสองฝนหยุดตกค่ะ พวกเราเลยตรงดิ่งไปซื้อตั๋วกันที่เค้าน์เตอร์ โดยสนนราคาตั๋ววันนี้ ราคาคนละ 74SGD หรือประมาณ คนละ 1,850 บาท เป็นราคาบัตรเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่แบบ 1 วัน (บัตรเข้าชมเป็นบัตรรวมเครื่องเล่นทุกอย่างภายในสวนสนุก จะเล่นกี่รอบ หรือจะไม่เล่นเลยก็ราคานี้ค่ะ) บัตรสำหรับเด็กและผู้สูงอายุจะถูกกว่า แต่ลองเช็คให้ดีค่ะ เพราะเด็กสามารถเครื่องเล่นได้แค่บางอย่างเท่านั้น โดยเขาดูจากความสูงของเด็ก สามารถเช็คได้จากเว็บไซต์เขาได้ค่ะ

จากนั้นเราก็ขึ้น Monorail (ใช้บัตร Ezlink รถไฟฟ้าใต้ดินได้ แต่ว่าเช็คให้ดีนะคะ ว่ามีเงินในบัตรคงเหลือเพียงพอ เพราะไม่งั้นต้องเดินกลับไปเติมเงินเพิ่ม) ค่าโดยสารไปกลับคนละ 4SGD ถูกกว่านั่งรถกระเช้าไฟฟ้าหลายเท่าค่ะ!!! สถานีรถไฟฟ้าสายนี้ เป็นสายสั้นๆ ค่ะ มีเพียง 4 สถานีเท่านั้น แต่เสียค่าโดยสารเพียงครั้ังเดียวจากห้าง Vivo City โดยมีเส้นทางและสถานีตามนี้ค่ะ (4 สถานี สีชมพูตามภาพ) แต่ละสถานีใช้เวลานั่งประมาณไม่ถึงห้านาทีค่ะ

พวกเรานั่งมาถึงสถานี WaterFront ประมาณบ่ายสองโมงค่ะ ฝนที่ตกก่อนหน้านี้ทำให้อากาศไม่ร้อนมาก นักท่องเที่ยววันนี้ก็ไม่น้อยเลยค่ะ ส่วนมากจะรอถ่ายรูปกันที่ลูกโลกที่เป็นสัญลักษณ์ของ Universal Studios กันก่อนเดินทางเข้าสวนสนุก ณ ตอนนี้ Universal Studios Singapore แบ่งการจัดสวนสนุกออกเป็น 7โซน

แต่สวนสนุกก็คือสวนสนุกค่ะ แค่เดินเข้ามาก็รู้สึกสนุกแล้ว โดยตั้งแต่เจ้าลูกโลกเดินเข้ามา นี่คือโซน Hollywood โดยเพราะบรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยร้านค้า หรือตัวมาคอตดังๆที่ออกมายืนให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป นี่ขนาดยังไม่ได้เล่นอะไรเลยพวกเราก็ตื่นตาตื่นใจ ลืมวัยกันไปเลยค่ะ

พอเดินมาถึงทางแยก ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินแบบตามเข็มหรือทวนเข็มนาฬิกาก็ได้ค่ะ แต่เราขอแนะนำว่า ถ้ามากับเด็กเล็กๆ ให้เลี้ยวซ้ายหรือเดินตามเข็มนาฬิกา แต่ถ้ามากันแบบผู้ใหญ่ หรือเด็กโต ให้เลี้ยวขวา หรือเดินทวนเข็มนาฬิกาแบบพวกเราค่ะ เพราะว่า เครื่องเล่นเด็กโต ถึงผู้ใหญ่ เดินทางนี้จะถึงก่อน โดยเฉพาะ Transformers The Ride และ Mummy Ride ที่พวกเราถือว่า เป็น ไฮท์ไลท์ของที่นี่ค่ะ

เดินเลี้ยวขวาแล้ว นี่คือโซน New York ซึ่งเป็นโซนขำๆ ไม่มีอะไรมากนอกจากร้านค้า และตกแต่งให้เหมือนว่าเป็นนิวยอร์คซิตี้

เราแค่เดินผ่านๆ โซน New York มาที่โซน Sci-Fi City ที่น่าเสียดายที่สุดสำหรับการมาเที่ยว Universal Studios Singapore ในครั้งนี้คือ เจ้า Galactica รถไฟเหาะสายสีแดงและสีน้ำเงินที่สูงเท่ากับตึก 14 ชั้นไม่ได้เปิดให้บริการ และรู้สึกว่าจะปิดให้บริการนานแล้ว (จริงๆ น่าจะลดราคาตั๋วให้เรานะเนี่ย???) ดังนั้นเครื่องเล่นที่สำคัญๆ ที่จะมาเติมเต็มการมาเที่ยวของพวกเราจึงเป็นเจ้า Transformers The Ride ที่ Sci-Fi City และ Mummy Ride ที่ Ancient City

เริ่มที่ Transformers The Ride (เริ่มตามลำดับที่พวกเราเดินผ่านตามลูกศร ตามแผนที่ข้างบนค่ะ) ทางเข้าค่อนข้างหลอกตาพวกเราเพราะว่า ดูเหมือนไม่มีคนต่อแถวเลย พวกเราเลยไม่ได้ซื้อตั๋วทางด่วน Express Ticket ก่อน ทั้งที่จริงๆ ตั้งใจจะซื้อตั๋วทางด่วนอยู่แล้ว แต่เห็นแถวว่างๆ เลยเดินกันเข้าไปก่อน ที่ไหนได้ ต้องไปต่อแถวข้างในห้อง ใช้เวลารอนานมาก ดังนั้นถ้าใครที่ตั้งใจจะซื้อตั๋วทางด่วนอยู่แล้ว ตัดสินใจซื้อได้เลยค่ะ

ตั๋วทางด่วนจะมีขายในร้านค้าช้อป สามารถติดต่อซื้อได้เลย ราคาตั๋วทางด่วน อีกท่านละ 50 SGD หรือประมาณ 1,250 บาท ตั๋วทางด่วนเขาด่วนจริงค่ะ เดินเข้าไปแล้วส่วนใหญ่จะได้เล่นเลย หรือรอไม่เกินห้านาทีจริงๆ (ถ้าซื้อผ่านออนไลน์จะมีตั๋วทางด่วนราคา 30เหรียญด้วย เป็นทางด่วนจำกัด คือเข้าทางด่วนได้เครื่องเล่นละหนึ่งครั้ง)

เครื่องเล่น Transformers The Ride เป็นเครื่องเล่นที่ผู้เล่นต้องสวมแว่น3มิติ ผู้เล่นจะถูกไล่ล่าด้วยผ่าน ดีเซฟติคอน แต่ก็จะถูกช่วยเหลือด้วยผ่านออฟติมัส (ตามเนื้อเรื่องของหนัง Transformer) ด้วยระบบ 3 มิติที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกสมจริงสมจังเหมือนอยู่ในเหตุการณ์จริง ทำให้เครื่องเล่นนี้ได้ใจ และทำให้พวกเราได้กรี๊ดกันสุดเสียงจริงๆ ค่ะ เรียกว่า ถ้ามาที่ Universal Studios Singapore ต้องเล่นเครื่องเล่นนี้ให้ได้นะคะ

มาต่อที่โซน Ancient City กับเรื่องเล่นยอดนิยมในโซนนี้คือ Revenge of the Mummy หรือเรามักจะเรียกสั้นๆ ว่า Mummy Ride ก่อนเข้าเล่นเขาไม่อนุญาติให้นำของติดตัวเข้าไปเลยค่ะ แต่ว่ามีที่ฝากของให้บริการ(ฟรี)

เครื่องเล่น Mummy Ride เป็นรถไฟวิ่งไปในความมืด ไม่รู้ว่าพวกเราไปขโมยของมัมมี่ด้วยหรือเปล่า เพราะเขาสร้างเครื่องเล่นนี้ให้เหมือนเราวิ่งหนีการล้างแค้นของมัมมี่ ความน่ากลัวผสมตื่นเต้นตรงที่มันมืดแล้วไม่รู้ว่ารถของเราวิ่งไปทางไหน แต่เขาทำเอฟเฟคไว้น่ากลัว มีหมอก มีควัน มีไฟ รถก็วิ่งถอยหน้า ถอยหลัง แอบมีตีลังกาด้วย แต่ตอนที่วิ่งลงเร็วๆ นั้นขอบอกว่า เสียวสุดๆ ค่ะ ได้กรี๊ดหนักพอๆ กับ Transformers เลยทีเดียว

ออกมาจากเครื่องเล่น จะมีเจ้าหน้าที่ขายรูปพวกเราตอนที่กำลังกรี๊ดกันตอนที่เล่นเครื่องเล่นกันค่ะ เห็นภาพแล้วตลกดีก็เลยซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึก ถ้าหากว่าภาพไม่สวยสามารถกลับไปเล่นใหม่ ถามเจ้าหน้าที่ได้ว่า กล้องเขาตั้งไว้ตรงไหน แต่เราไม่ขอบอก เพราะเดี๋ยวไปเที่ยวกันแล้วมัวแต่เก็กหน้าไม่ยอมกรี๊ด เดี๋ยวจะไม่สนุกเหมือนจริงค่ะ

สนนราคาภาพละ 20 เหรียญสิงคโปร์ (ขนาด 6×8 นิ้ว) แต่ถ้าหากต้องการให้เขาอีเมล์ไฟล์ให้ เพิ่มอีก 5 เหรียญสิงคโปร์ค่ะ ซื้อเก็บมาเป็นที่ระลึกสักภาพ แล้วค่อยแสกนแบ่งกันทีหลังก็ได้ค่ะ ประหยัดเงินดี !!!
เล่นเสร็จก็สามารถถ่ายรูปเล่นๆ กันอย่างสนุกสนาน เรียกกว่า ติดใจจริงๆ อยากจะเล่นซ้ำอีกสักรอบ!!!

ไปกันต่อที่โซน The Lost World หรือพูดกันให้จำง่ายก็คือ Jurassic Park นั่นเอง โซนนี้เป็นโซนที่อาจจะทำให้เปียกได้ โดยเฉพาะเจ้าเครื่องเล่น Rapids Adventure หากกลัวเปียกมากให้ซื้อเสื้อกันฝน ราคาตัวละ 2เหรียญสิงคโปร์ที่ด้านหน้าทางเข้า จริงๆ มันก็คือเครื่องเล่นแบบล่องแก่ง ไปตามลำธารที่เข้าจำลองสร้างตามแบบฉบับ หนังเรื่อง Jurassic Park
จริงๆ ตอนพวกเราเล่นเปียกไม่มากค่ะ เพราะว่านั่งตรงกลางๆ แต่ถ้าใครเผลอเปียกมาก เขามี Drying Pods ไว้บริการด้วยค่ะ (เป็นตู้หยอดเหรียญ ไม่รู้ว่าต้องหยอดกี่เหรียญ??? คนยืนมุงกันเยอะมาก)

ยังคงอยู่ในโซน The Lost World แต่จุดนี้เรียกว่า Water World เป็นการโชว์ของเหล่าสตั้นแมน (Stunts) ด้วยฉาก สี เสียง และอุปกรณ์ประกอบฉาก เสมือนเราดูหนังบู้จอใหญ่ๆ ตรงหน้ากันเลยค่ะ การแสดงนั้นจะเปิดแสดงกันวันละประมาณ 2-3 รอบ แนะนำให้เช็ครอบการแสดงที่ทางเข้า สำหรับพวกเรามาวันเสาร์ มีการแสดง 3 รอบ และพวกเราก็ทันรอบสุดท้ายตอนห้าโมงครึ่ง แต่คนดูจะเยอะมาก ต้องไปก่อนเวลาการแสดงอย่างน้อย 20 นาที

ที่นั่งชมการแสดง WaterWorld จะแบ่งเป็น 3 สี คือ สีฟ้า (เปียกแน่นอน) สีเขียว (เปียกแบบกระเซ็นๆ) สีน้ำตาล (ไม่เปียก และปลอดภัย) ถ้าหากเลือกนั่งในโซนเองแล้ว ก็ต้องยอมรับกับสภาพที่จะเกิดขึ้น เพราะก่อนการแสดง เหล่าสตั้นแมน จะออกมาเล่นกับผู้ชม และมีการหยอกล้อด้วยการสาดน้ำใส่คนดูในโซนสีฟ้า เรียกว่า เรียกเสียงฮาได้ก่อนแสดงดีค่ะ…

เนื้อเรื่องไม่มีอะไรสลับซับซ้อน ประมาณว่านางเอกถูกจับตัวไป พระเอกตามมาช่วย แต่ว่า เขาแสดงได้สมจริงสมจังดีค่ะ บางฉากก็กระโดดจากที่สูงลงน้ำ หวาดเสียว แต่ก็ไม่ได้สยอง เป็นโชว์ที่ดีมาก และไม่ควรพลาด!

มากันต่อที่โซน Far Far Away โซนนี้เป็นโซนของเชร็คก็ว่าได้ค่ะ นอกจากจะมีโรงหนังสี่หรือห้ามิติ แล้ว เครื่องเล่นอื่นๆ ก็ขำๆ สำหรับน้องๆ หนูๆ ดีค่ะ สิ่งที่ภูมิใจที่สุด ก็คือได้ถ่ายรูปกับเชร็คกับเจ้าหญิงฟีโอน่านี่แหล่ะค่ะ (ฟรี)

สุดท้ายที่โซน Madagascar โซนน่ารักๆ ของน้องหนูอีกแล้วค่ะ เขามีเครื่องเล่นแบบเบาๆ ให้น้องๆ หนูๆ เยอะค่ะ รับรองว่า สนุกคุ้มแน่นอน…แต่พวกเราคงแก่เกินไปที่จะไปนั่งเล่นทดลองให้น้องๆ กันค่ะ

ก่อนจะกลับ ก็ต้องแว่ะซื้อของที่ระลึก ของเล่นน่ารักๆ ติดมือไปฝากเด็กน้อยที่บ้านกันได้ค่ะ

ถ้าจะให้พวกเราให้คะแนนความสนุกวันนี้ ยินดีให้ 10/10 ถ้าเทียบราคาที่จ่ายไปคนละประมาณ 3000 บาท (ตั๋วทางเข้า และตั๋วทางด่วนสำหรับเล่นเครื่องเล่น) ก็ยังคิดว่าคุ้มสำหรับครั้งแรก แต่เมื่อมาลองนึกๆ ดู รู้สึกเสียเปรียบตรงที่เครื่องเล่นรถไฟเหาะที่เป็นหัวใจหลักของ Universal Studios Singapore ดันมาปิดให้บริการ ดังนั้น ถ้าหากพวกเราจะกลับไปที่นี่อีก ก็ต้องแน่ใจว่าจะได้เล่นเครื่องเล่นรถไฟเหาะจริงๆ เพราะว่า ถ้ากลับมาอีกรอบแล้วไม่ได้เล่นรถไฟเหาะอีก ก็คิดว่าไม่คุ้มที่จะเสียเงินอีกรอบค่ะ!!!

ส่วนเรื่องอาหารที่นี่ พวกเราทานกันเล่นๆ ประทังความหิว ที่ร้าน Friar’s ที่โซน Far Far Away ค่าอาหารคนละประมาณ 10 เหรียญสิงคโปร์ (ไก่ทอดอร่อยมาก!) แต่ถ้าเดินออกมาข้างนอกจะมีร้านข้าวโพด(Popcorn) Garrett ที่กลิ่นหอมหวลฟุ้งไปทั่ว Universal Studios เรียกกว่าแค่ได้กลิ่นก็ไม่สามารถจะห้ามใจได้แล้วค่ะ (บางท่านชอบซื้อกลับเป็นของฝากสำหรับทานเล่น ก็เรายังไม่มีร้านนี้ที่บ้านเรานี่ค่ะ)

อย่างไร Universal Studios Singapore ก็ถือเป็น ไฮท์ไลท์ของเกาะสิงคโปร์ อาจจะไม่ถึงกับต้องซื้อทัวร์ไปสิงคโปร์ เพื่อไป Universal Studios Singaporeโดยเฉพาะ แต่ให้คิดว่าถ้าไปสิงค์โปร์ ก็ไม่ควรพลาด Universal Studios Singapore ค่ะ

อ่านทริปที่สิงคโปร์ฉบับย่อ และฉบับรวมทั้งหมดได้ที่ http://www.somethingjam.com/singapore_th

About Jam

I'm Jam, the blogger, and illustrator of this website. I live in Bangkok, Thailand and Louisiana, USA when I'm not travelling.

One thought on “สวนสนุก Universal Studios Singapore

  1. Hi, of course this post is in fact good and I have learned lot of
    things from it concerning blogging. thanks.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *