ฮ่องกง




ฝันอยากมาฮ่องกงตั้งแต่เด็กๆ แต่จู่ๆ ก็ได้มาโดยมีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่ อาทิตย์เดียว!!!
คำถามแรกที่เราพยายามจะหาคำตอบเพื่อเตรียมการสำหรับทริปในฮ่องกงของเราก็คือ “ฮ่องกง ไปเองหรือไปกับทัวร์ดี?” สุดท้ายก็ตัดสินใจพึ่งพาตัวเองเพราะไม่มีเวลาเตรียมตัว ขนาดเว็บไซต์แฟนคลับชื่อดังของคนรักฮ่องกง ยังไม่สนใจโทรฯกลับมาหาเรา อาจจะเป็นเพราะว่า การเดินทางค่อนข้างกระชั้นชิด สุดท้ายก็ใช้วิธีซื้อหนังสือ “เที่ยวฮ่องกง”มาอ่านประกอบการเดินทางของเราในครั้งนี้

แต่ในท้ายที่สุด เราก็รู้ว่า การเดินทางไปฮ่องกงเองโดยไม่ง้อทัวร์นั้นไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่มีทักษะในการอ่านภาษาอังกฤษและพูดได้ในประโยคหลักๆ จำเป็นๆ เท่านั้นเราก็สามารถใช้ชีวิตแบบชิวๆ ง่ายๆ ที่ฮ่องกง ได้แล้วค่ะ


เป็นความโชคดีที่เราคนไทย ไม่ต้องทำวีซ่าท่องเที่ยวฮ่องกง เพียงแค่มีพาสปอร์ต ก็อยู่ท่องเที่ยวในฮ่องกงได้ถึง 30 วัน ถือว่าเกือบทุกชาติซะด้วยซ้ำที่ไม่ต้องทำวีซ่า โดยเฉพาะชาวอเมริกันที่สามารถอยู่ท่องเที่ยวและพำนักในฮ่องกงได้ครั้งล่ะไม่เกิน 90 วัน แต่จริงๆ อยู่ได้ 10 วันก็ถือว่ารวยแล้ว เพราะว่าค่าใช้จ่ายในฮ่องกงค่อนข้างสูง

ถึงแม้ว่าฮ่องกงจะเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีน แต่หากจัดทริปฮ่องกงแล้วไปเที่ยวต่อประเทศจีนด้วย ต้อง เตรียมวีซ่าประเทศจีนไปด้วยค่ะ


สายการบินไทยที่บินตรงจากกรุงเทพฯ ไป ฮ่องกง นั้นมี สายการบินไทย สายการบินแอร์เอเซีย และสายการบินบางกอกแอร์ พวกเราเลือกบินไปกับการบินไทยค่ะ ค่าตั๋วแบบไม่ได้เตรียมตัวเลยค่อนข้างราคาแพงไปนิด คือ คนละ 11,300 บาท ใช้เวลาบินประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที

เวลา ในฮ่องกงจะเร็วกว่าเวลาในประเทศไทย 1 ชั่วโมง


เงิน ฮ่องกงใช้เงินสกุล ดอลล่าร์ฮ่องกง (Hong Kong Dollar or HKD) อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่เราเดินทางคือ 4.14 บาท ต่อ 1 ดอลล่าร์ฮ่องกง

เงินดอลล่าร์ฮ่องกงแปลกตรงที่ แบงค์ราคาเดียวกัน แต่ว่าหน้าตาไม่เหมือนกัน เพราะว่าต่างก็ผลิตมาจากต่างธนาคาร ถึง 3 ธนาคาร (HSBC, Bank of China, Standard Charterd Bank) แต่ว่าใช้ได้เหมือนกันหมด


หากเป็นครั้งแรกที่ไปฮ่องกง อยากแนะนำด้วยความรู้สึกส่วนตัวว่าควรพักแถวๆ จิมซาจุ่ม (Tsim Sha Tsui) เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่พวกเราพักในครั้งนี้ จิมซาจุ่ย เป็นย่านตัวเมืองที่มีทั้งแสงสี และแหล่งช้อปปิ้งตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าใหญ่โต จนถึงร้านค้าแผงลอย พวกเรามีเวลาเลือกโรงแรมน้อย สุดท้ายเลือกโรงแรม B.P. International เพราะว่ากูเกิ้ลเจอ ว่าเป็น 1ใน 10 โรงแรมที่มีคนไทยไปพักมากแห่งหนึ่งในฮ่องกง แท็กซี่จากสนามบินฯมายังโรงแรมนี้ ใช้เวลาเพียง 25-30นาที เท่านั้น แต่ค่าโดยสารประมาณ 200-300 ดอลล่าร์ฮ่องกง หรือ 828-1,242 บาท (รวมค่าทางด่วนฯ)

แต่โรงแรมห้องเล็กมาก เหมือนโรงแรมในประเทศสิงค์โปร์ เรียกว่านอนเอาเท้ายันประตูได้เลย แต่สะอาด ใช้ได้ ถ้าหากจองห้องพักพร้อมอาหารเช้า อาหารก็มีเท่าที่ควรจะมี ไม่ได้หรูหรา และฟู่ฟ่าค่ะ แต่ที่แย่ที่สุดก็คือลิฟท์ที่ให้บริการมีจำนวนไม่เพียงพอกับแขกที่เข้าพัก ทำให้เราต้องใช้เวลารอลิฟท์เกือบ 20 นาที แล้วยิ่งต่อแถว ยิ่งไม่ได้ขึ้นลิฟท์ เพราะว่า เขาไม่ค่อยจะต่อคิวกันค่ะ

แต่ที่เราประทับใจมากที่สุดก็คือ ทำเลที่ตั้งของโรงแรมค่ะ เพราะตั้งอยู่ระหว่างรถไฟฟ้าใต้ดินถึงสองสถานีหลักๆ คือ เลี้ยวซ้ายจากโรงแรมเป็นสถานี Austin แต่ถ้าหากข้ามถนนด้านหน้าโรงแรมแล้วเลี้ยวขวาก็จะเป็นสถานี Jordan ซึ่งทั้งสองสถานีก็เชื่อมต่อรถไฟฟ้าใต้ดินสายอื่นๆ อีก

แต่ถ้าหากชอบเดิน เพียงแค่เลี้ยวขวาจากโรงแรม ก็จะเจอ Kowloon Park แล้วเดินเลียบถนน นาธาน (Nathan) ตรงไป ก็จะเป็นแหล่งรวมที่ช้อปปิ้งของฮ่องกง พร้อมกับ Avenue of Stars หรือ เดินไปดู Symphony of Light ได้ และหากได้ห้องพักหันเข้า อ่าว ฮาร์เบอร์ ก็สามารถชมแสงสี Symphony of Light ทีห้องพักได้เลยค่ะ

นอกจากนั้นบริเวณโดยรอบของโรงแรมก็มีร้านสะดวกซื้อ เต็มไปหมด แถมยังสามารถเดินไปตลาดกลางคืน (Temple Night Street Market) ได้อีกด้วย

โรงแรมอื่นๆ ที่เราเห็นในย่าน Tsim Sha Tsui ที่น่าสนใจ แต่ไม่แน่ใจเรื่องราคา ก็คือ InterContinental , Kowloon Shangri-la Hotel และ Peninsula Hotel (อยู่ติดกับ Avenue of Stars)


ปลั๊กไฟ ที่ฮ่องกงใช้พลังงานไฟฟ้าเท่ากับประเทศเรา คือ 220 วัตต์ แต่ดันใช้ปลั๊กแบบสามขา พวกเราโชคดีที่ทางโรงแรมฯ มีให้ยืม (หนึ่งอัน ต่อหนึ่งห้อง) แต่ถ้าหากทางโรงแรมไม่มีให้ยืม ก็สามารถหาซื้อได้ที่สนามบินฯ หรือ ที่ร้านค้า (ที่ตลาดกลางคืน Temple Night Street Market) สนนราคาประมาณ $20-$35 เหรียญฮ่องกง


MTR รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ Subway (อ่านดีๆ นะค่ะ บ้านเราจะ MRT ) ระบบรถไฟฟ้าใต้ดินที่ฮ่องกงนับว่า สมบูรณ์แบบมากๆ มีเส้นทางให้บริการ เรียกว่า รอบตัวเมืองฮ่องกงเลยทีเดียว
เรียกว่าดีขนาดที่ทำให้ ฮ่องกง เป็นเมืองที่รถไม่ติดเลย เพราะเราขึ้นรถแท็กซี่ไปกลับ สนามบินแบบสบายๆ รถไม่ติดเลยค่ะ

และยังมีสาย Airport Express ที่สามารถช่วยประหยัดเงิน และเวลาในการเดินทาง เข้า-ออก สนามบินฮ่องกง อีกด้วย

หากมีทักษะในการขึ้นรถไฟฟ้า หรือรถไฟฟ้าใต้ดินที่บ้านเรา การใช้รถไฟฟ้าใต้ดินที่ฮ่องกงก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป(เพราะเขาวางระบบดีกว่าของเรามากค่ะ) และถ้าวางแผนการเดินทางดีๆ ก็มีช่องทางทำให้ประหยัดเงินได้อีก เช่นบัตรแบบเหมาจ่าย วันเดียว ที่ HK$55 หรือประมาณ 227 บาท ที่เรียกว่าจะไปกี่ต่อ กี่เที่ยวก็ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกแล้ว นอกจากนั้นยังมีบัตร Octopus ที่ครอบคลุมการเดินทางทุกระบบอีกด้วย

แต่ถ้าหากคิดว่าไปไม่กี่สถานี ก็สามารถกดเช็คราคาที่ตู้เพื่อตรวจสอบราคาก่อนจะตัดสินใจได้ค่ะ
ตู้จำหน่ายตั๋วรถไฟฟ้าใช้ง่าย แต่บางอย่างก็ต้องอ่าน รายละเอียดเพิ่มเติม เช่น หากซื้อตั๋ว หลายๆใบพร้อมกัน (multiple) แต่หากราคารวมกันแล้วไม่ถึง 50 ดอลล่าร์ฮ่องกง ตู้ก็จะไม่รับแบงค์ 100ดอลล่าร์ฮ่องกง ค่ะ

แต่หากต้องการซื้อบัตรแบบวันเดียว (Tourist Day Pass) ต้องไปติดต่อซื้อที่เค้าเตอร์จำหน่ายบัตร

ข้างในของแต่ละสถานี มีทั้งลิฟท์ไว้สำหรับผู้โดยสารที่นั่งรถเข็ญ และยังมีบันไดเลื่อนไว้ให้บริการ แต่หากขึ้นบันไดเลื่อนแล้วให้ยืนชิดขวา เว้นทางซ้ายไว้ให้ผู้โดยสารที่เร่งรีบ ส่วนแต่ละทางออกของแต่ละสถานี ก็มีป้ายบอกทางตลอด เรียกว่า ไม่มีทางหลงแน่ๆ

ส่วนทริป 4 วัน 3 คืน ที่ฮ่องกง ได้แบ่งออกเป็นสามวันหลักๆ (วันที่สี่ เดินทางกลับ)



วันนี้ ง่ายๆ เอาใจสาวๆ ที่ชื่นชอบแสงสี และการช้อปปิ้ง และเป็นวันแรกของการเดินทาง พวกเรามาถึงสนามบินฮ่องกงประมาณ บ่ายสองโมง และกว่าออกจากสนามบิน ขึ้นแท็กซี่ เช็คอินโรงแรม ได้ห้องพัก อาบน้ำสักรอบ และเตรียมพร้อมจะได้ออกไปข้างนอกก็เวลาประมาณ 4 โมงเย็น


โดยโปรแกรมที่เราวางไว้(เอง)คือเดินชมวิวที่ Avenue of Stars แล้วหาอะไรทานมื้อเย็นก่อนที่จะไปชม Symphony of Light ตอนสองทุ่มตรง และหลังจากนั้นก็ได้เวลาของ Pre-shopping …อ่านต่อ



วันนี้เอาใจเด็กๆ และถึงแม้คนไม่เด็กแล้ว แต่หัวใจยังเด็กอยู่เหมือนพวกเรา เพราะว่าวันนี้เราไปเที่ยว Disney Hong Kong!!!


สนุกสนานกับเครื่องเล่นทั้งตื่นเต้น และเพลิดเพลินกับดินแดนแห่งการ์ตูนพร้อมทั้งจิตนาการร้อยแปดพันเก้า ดีสนีย์ที่ฮ่องกงมีขนาดพอดีไม่ได้ใหญ่มากเหมือนที่ฟลอริด้า ทำให้ไม่ต้องเดินเหนื่อยมาก แต่เครื่องเล่นบางอย่างก็ต้องต่อคิวนานหน่อย

จากนั้น เดินทางกลับไปยังห้องพักที่โรงแรมเพื่ออาบน้ำ ไปทดลองนวดฝ่าเท้าแผนจีน เพื่อเติมพลังในการเดินช้อปปิ้งที่ตลาดกลางคืนที่ Temple Night Street Market ที่นี่ค่อยทำให้รู้สึกเหมือนกรุงเทพฯ เพราะว่าเป็นตลาดร้านค้าแผงลอย และราคาไม่แพงเหมือนในห้างสรรพสินค้า แถมยังมีอาหารอร่อย รสชาดใกล้เคียงกับอาหารไทย ราคาก็ถูกอีกด้วย อ่านต่อ



วันนี้เอาใจคนไทย และผู้ใหญ่ๆ ด้วยการขึ้นกระเช้าชมวิวแบบ 360 องศา (Ngong Ping Cable Car) ชมทัศนียภาพของฮ่องกงในเกาะลันตาที่มองไปทางไหนก็เขียวขจี และยิ่งได้นั่งกระเช้าแบบพื้นกระจก (Crystal Cabin) ที่มองลงไปข้างล่างก็ได้เห็นพื้นน้ำเป็นสีฟ้าสดใส


ที่ปลายทางของกระเช้าลอยฟ้า เป็นหมู่บ้านนองปิง (Ngong Ping Village) ที่สามารถเดินไปสักการะหลวงพ่อใหญ่ทินถ่าน (Tian Tan Buddha Statue) ที่เขาว่า หากไม่ได้มาไหว้สักการะพระใหญ่ ถือว่ายังมาไม่ถึง ฮ่องกงค่ะ วันนี้จบทัวร์ประมาณบ่ายสาม สามารถไปเดินช็อปปิ้งส่งท้ายก่อนจะแพ็กกระเป๋ากลับบ้าน…อ่านต่อ


สรุปค่าใช้จ่าย แบบเบื้องต้น (ต่อท่าน)…

ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ ฮ่องกง*** 11,300 บาท
ห้องพักที่โรงแรม B.P. International รวมอาหารเช้า 3 คืน สำหรับ 2ท่าน
$690.61 หรือ 20,718.30 บาท
10,360 บาท
ดีสนีย์
– ค่ารถไฟฟ้า ไปกลับ จากโรงแรม $41HK หรือ 170 บาท
– ค่าเข้าดีสนีย์ คนละ $450HK หรือ 1,860 บาท (ผู้ใหญ่)
2,033 บาท
นั่งกระเช้าไฟฟ้า
– ค่ารถไฟฟ้าใต้ดิน แบบเหมาจ่ายรายวัน $55HK หรือ 227 บาท
– ค่าโดยสารกระเช้าไฟฟ้า แบบ Crystal Cabin คนละ $272HK หรือ 1,226 บาท
1,454 บาท
รวมค่าใช้จ่ายเบื้องต้น (ต่อท่าน) ไม่รวมค่าช้อปปิ้ง ค่าอาหาร ฯลฯ 25,147 บาท

***สามารถประหยัดเกือบครึ่งต่อครึ่ง ด้วยการจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า หรือเดินทางกับสายการบินอื่น…